[SF] [YunxJae] .:: First Love ,, First Sex ::.
posted on 23 Mar 2010 17:33 by yunjae-fiction in ShortFiction“อื้อ…อ้า…อ..อื้…ม…ฮึ..ก…”
“อ๊ะ…อื้..อ”
ก๊อก ก๊อก…
ให้ตายเถอะ ใครกันที่มาเคาะประตูทำลายช่วงเวลาแห่งความสุข ร่างสูงก้าวกระโดดลงจากเตียง เอื้อมมือปิดโทรทัศน์ และรีบเดินไปที่ประตูห้อง
“มีอะไร, ยูชอน” เสียงทุ้มห้าวกล่าวด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงทันทีที่เห็นคนตรงหน้า
“อะไรวะ ยุนโฮ แค่ฉันแวะมาแค่นี้เนี่ยนะ ทำเป็นเบื่อไปได้น่า, เฮ้ย แล้วแกกำลังทำอะไรอยู่วะ ได้ยินเสียงอื๊อๆอ๊าๆ แอบดูหนังโป๊อีกแล้วสิท่า ฮ่าๆๆ” เสียงนุ่มกล่าวทักทายกลับมาอย่างยียวนกวนประสาท
“มันเรื่องของฉัน! แล้วแกรู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ไม่ได้มีความเกรงใจเลยรึไงวะ”
“แหม… ก็เพิ่งไปดื่มมานี่หว่า เลยแวะมาหาแกหน่อย เผื่อแกเหงา ฮ่าๆ” มันยังกวนประสาทไม่เลิก
“เหงาบ้าอะไร แกตั้งใจจะมากวนประสาทฉันน่ะสิ กลับไปได้แล้วไป ไปๆ ฉันจะนอนแล้ว” มือหนาเตรียมดึงประตูกลับแต่ไอ้เพื่อนผมมันไม่ยอมเนี่ยสิ
“อย่าเพิ่งสิ แกจะรีบไปนอนดูหนังโป๊รึไง, เฮ้ย ยุนโฮ ทำไมแกไม่ลองหาแฟนสักคนดูวะ ตั้งแต่ฉันคบกับจุนซูเนี่ย ฉันมีอรรถรสในชีวิตมากขึ้นเยอะเลยว่ะ”
“เออน่า, ฉันไม่อยากมี” เสียงตอบกลับอย่างรำคาญ
“ไม่อยากมี หรือ ไม่มีใครเอากันแน่วะ ฮ่าๆๆ”
“เฮ้ย ไอ้ห่านี่ รีบๆกลับไปเลยไป ฉันจะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าไม่ใช่เหรอ? แกก็รีบกลับไปหาเมียได้แล้วไป” ผมผลักไสไล่ส่งอย่างรำคาญเต็มที
“โธ่ อะไรของแกวะ เมียฉันไม่หายไปไหนหรอกน่า มีแต่เมียนายที่ยังหาไม่เจ…”
ประตูห้องถูกปิดกระแทกเข้าที่หน้าไอ้เพื่อนปาร์ค ยูชอนเข้าอย่างจัง
ผมชอง ยุนโฮ เป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ยังไม่เคยมีแฟนมาก่อนในชีวิต ส่วนเรื่องXXXก็ยิ่งไม่เคยใหญ่ นอกเสียจากการดูหนังโป๊ แต่ก็ไม่เคยดูจบหนังเรื่อง เนื่องจาก… เผลอหลับไปเสียก่อน ก็มันน่าเบื่อ กว่าจะนั่นจะนี่ แล้วอีกอย่าง เมื่อกี้ที่ยูชอนเคาะประตูเรียก ผมก็แอบเผลอหลับไปอยู่เหมือนกัน พอมันเคาะประตูก็สะดุ้งเฮือกทำอะไรไม่ถูกเหมือนคนมีความผิดอย่างไงอย่างงั้น กดนั่นกดนี่ยุ่งเป็นยุงตีกันเลย ส่วนเพื่อนผม ปาร์ค ยูชอน เพื่อนคณะเดียวกัน ผมรู้จักมันมาตั้งแต่เรียนโรงเรียนมัธยมต้น จนสอบติดมหา’ลัยเดียวกับผมเนี่ย มันชอบกวนประสาทคนอื่นอยู่เรื่อย เพราะนิสัยมันเนี่ยแหละเลยทำให้มีคนขว้างของใส่มันไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่มันมีแฟนมันก็ไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่ แถมยังปล่อยให้อยู่หอคนเดียว วันไหนนึกคึกก็แวะมาเยี่ยมเยือนบ้าง ส่วนแฟนมัน, คิม จุนซู นักศึกษาคณะเดียวกับผมและยูชอน แต่เหมือนสมองไม่ใช่เด็กปีหนึ่ง วันๆไม่เห็นจะรู้สึกรู้สาอะไร หัวเราะคิกคักกับไอ้ยูชอนเนี่ยแหละ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าผลการเรียนจะดีเกินคาด เฮ้อ… ทำไมผมถึงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนบ้างเลยสักครั้ง
ช่วงเช้าการเรียนการสอนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว ผมสะพายกระเป้าเดินออกจากห้องทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“เฮ้!, ยุนโฮ!! รอฉันก่อนโว้ย” ปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติหันไปที่ต้นตอของเสียง
“อะไร ไอ้ยูชอน ถ้าจะมากวนประสาทก็ไปไกลๆเลย” ผมเดินต่อไม่สนใจทันทีที่รู้ว่าเป็นไอ้หมอนี่
“โธ่ อะไรวะ ฉันจะชวนแกไปดื่มเฉยๆ วันนี้น่ะ”
“นี่แกดื่มอะไรนักหนาเนี่ย แทบจะดื่มแทนน้ำแล้วนะเว้ย!” ร่างสูงหยุดเดินแล้วหันไปพูดกับยูชอน
“เออน่า, ไปด้วยกันเถอะ” ยังจะคะยั้ยคะยออีกแหนะ
“จุนซูไง แกก็หอบแฟนแกไปสิ ฉันขี้เกียจไป อีกอย่าง ฉันไม่ชอบบรรยากาศในนั้นด้วย” เสียงทุ้มตอบอย่างขอไปที เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปนั่งทนนั่งดมกับสถานที่อับๆ
“แกจะนอนดูหนังโป๊อยู่ในหอน่ะสิ เออๆ ฉันเข้าใจแล้ว” ปาร์ค ยูชอนเบ้ปากเหลือบตาลงต่ำอย่างน้อยใจ
“เอ๊ะ! ไอ้ห้อย แกยังอยากมีชีวิตอยู่ถึงตอนเย็นไหม?” ผมนิ่วหน้าประสาทเสียกับนิสัยของเขา ในขณะที่ขายาวเริ่มก้าวต่อไป
“โธ่ ฉันก็แค่พูดเล่นน่า ฮ่าๆๆ” เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฉันต้องไปแล้ว จุนซุโทรมาแล้ว เอาเป็นว่า ถ้าแกไม่อยากไป งั้นฉันไปจะหาแกเอง นานๆจะดื่มที ฉันไปก่อนนะ เจอกันตอนเย็น ฮ่าๆๆ”
จะมาหา? จะมา? จะมาหางั้นเหรอ!! ผมหันควับเตรียมประท้วงเต็มที่ แต่แล้ว…
…ยูชอนหายไปไหนแล้ว…
ผมยังไม่ทันตกลงอะไรเลย มันก็หายวับไปแล้ว นี่มันมัดมือชกชัดๆ แต่ก็จริงอย่างที่หมอนี่พูด เกือบครึ่งปีแล้วที่ผมไม่ได้แตะของมึนเมาเลย อาจจะเป็นเพราะงานที่หนักในปีการศึกษานี้ด้วยก็ได้ เอาวะ นานๆจะดื่มที หวังว่ามันคงไม่เอาเพื่อนมาเยอะแยะก็พอ หรือไม่ก็เมาแอ๋จนหาทางกลับห้องกันไม่ถูก
ร่างบางกับจุนซูนั่งคุยกันที่โต๊ะไม้หน้าตึกหลังเลิกเรียนเพื่อรอยูชอนมารับ
“หา? วันนี้จะไปดื่มงั้นเหรอ? แล้วนายไปกับใครล่ะ, จุนซู” เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนอย่างกระตือรือร้น เพราะผมเองก็อยากไปเหมือนกัน ได้เป็นนักศึกษาแล้วนี่ อยากไปดื่มมาตั้งนานแล้ว
“ไปกับ ยูชอนน่ะ นายจะไปด้วยกันไหม? ไปดื่มที่หอของยุนโฮ, เพื่อนยูชอน”
“อ๋อ เพื่อนแฟนนาย คนที่ปากห้อยๆ คิ้วหนาๆ หน้าเครียดๆดุๆตลอดเวลาเหมือนหมีน่ะเหรอ?” เสียงหัวเราะคิกคักดังทันทีเมื่อพูดถึงเพื่อนยูชอน ดูเหมือนเขาเป็นคนที่เคร่งเครียดในชีวิตเป็นอย่างมาก หน้านิ่วคิ้วขมวดทุกทีที่เห็นเขา
“แจจุง, นายก็… ไปว่าเขา ระวังจะได้แฟนแบบยุนโฮนะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน อิย่ะฮะฮะฮะฮ่า” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง การสนทนาเกี่ยวกับยุนโฮเป็นไปอย่างเรื่อยๆระหว่างที่รอยูชอน
“นินทาอะไรกันอยู่! อย่านึกว่าฉันไม่ได้ยินนะ!!” เสียงตะโกนดังขึ้น พวกเราสะดุ้งตกใจหันไปมองบุคคลที่ยืนอยู่เป็นสายตาเดียวกัน
“โธ่! ยูชอน ตกใจหมดเลย ฉันนึกว่ายุนโฮเสียอีก!!” ผมแผ่ดเสียงใส่เขาทันทีที่รู้ว่าคนที่กำลังนินทาไม่ใช่ยุนโฮ
“ฮ่าๆๆๆ อะไรกัน นายรู้จักหมอนั่นด้วยรึ?, แจจุง”
“ไม่รู้จักหรอก แค่เคยเห็นน่ะ ดูแล้วเขาเหมือนคนที่มีแต่ความเครียดตลอดเวลาเลย”
“ไม่ให้ไอ้หมอนี่เครียดได้ไง ตลอดเวลาตั้งแต่ที่มันเกิดมันยังไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง ดูหน้ามันสิเครียดซะขนาดนั้น ใครอยากเป็นแฟนมันก็เชื่อแล้ว เนอะ, จุนจัง” ใบหน้ายิ้มของเขาหันไปทางจุนซูที่กำลังงอนแก้มป่อง
“ไม่รู้ไม่ชี้ นายยอมไม่ทักทายฉัน แถมยังจะมาแกล้งฉันกับแจจุงอีก ฉันโกรธนายแล้วด้วย” จุนซูลุกขึ้นยืนพร้อมบิดตัวหนี
“นายมาบอกฉันทำไมว่าโกรธ? ติ๊งต๊องรึเปล่าเนี่ย?” ยูชอนยังแหย่จุนซูเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน
“ยูชอน!! ฉันไม่ไปกับนายแล้วด้วย!!” จุนซูก็เดินหนียูชอนเหมือนทุกครั้ง
“โธ่ อย่างอนสิ จุนซู ฉันก็แค่แกล้งนายเล่นๆเท่านั่นแหละ อย่าโกรธฉันนะ” ยูชอนยังยิ้มง้อเดินตามจุนซู
“นี่แน่ะ!”
หมับ
“โอ๊ยยยย!!”
มือเล็กของจุนซูยื่นดึงแก้มของยูชอนจนแทบฉีก ดึงเอียงไปเอียงมา ซ้ายทีขวาที ดูท่าทางจุนซูจะสะใจไม่น้อยกับการได้แกล้งยูชอนกลับ
“แกล้งฉันเหรอ จุนซู!! นายโดนแน่!!” ยูชอนกร่างท่าอ้าแขนเตรียมตะปบจุนซู ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็รู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนทุกครั้ง
“อย่านะ!! อ๊า!!” หัวกลมๆของจุนซูหดเข้ากับไหล่ ขาเล็กเตรียมวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ผมยืนดูคู่นี้หยอกล้อกันไปมา ดูแล้วก็อิจฉาเหมือนกัน ที่สองคนนี้ดูแล้วเหมาะสมกันดี จุนซูก็ขี้น้อยใจ ส่วน ยูชอนก็มีหน้าที่ง้อ หรือเวลาที่สองคนนี้หัวเราะคิกคักก็ดูน่ารักดี
“โอ๊ยยยยยยย ไอ้ของพวกนี้ฉันจะเอาไว้ที่ไหนดีวะเนี่ย โธ่! ไอ้ยูชอน แกนี่มันจริงๆเลย!!” มือหนาสองข้างกุมขมับตัวเองส่ายไปส่ายมาอย่างปวดหัว “ห้องก็รก! โว้ยยยย กองไว้ในตะกร้าก็แล้วกันวะ”
ตอนนี้สภาพห้องดูดีกว่าเมื้อกี้นี้เยอะ ขยะก็ถูกลากออกไปกองที่ถังขยะหน้าห้อง ส่วนข้าวของที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นก็เอาใส่ตะกร้าเรียบร้อย แถมยังเอาเสื้อผ้าใส่ทับอีกที เท่านี้คงไม่มีใครเห็นแล้วล่ะนะ และหวังว่าไอ้ยูชอนคงไม่ปากเปราะพูดให้เป็นขี้ปากชาวบ้านล่ะ
โทรศัพท์ถูกหยิบขึ้น กดไปที่เบอร์ยูชอน
“เฮ้? ไอ้ยูชอน แกจะมาห้องฉันรึยัง? นี่! อย่าเอาคนมาเยอะนะเว้ย! ห้องฉันมันยิ่งรกๆอยู่” ผมรีบใส่บทสนทนาทันทีที่เขารับสาย
“เออ ไม่เยอะหรอก ก็แค่ยี่สิบเจ็ดคนเท่านั้นเอง”
“อ…อะไรนะ!! ไอ้บ้า!! นี่แกมักมือชกฉันแล้วยังจะหอบเพื่อนแกมาเหยียบห้องฉันอีกตั้งสองโหลกว่าอีกเหรอ? ไอ้ห้อย!! ถ้าแกเอามาเยอะขนาดนั้นก็ไปหากินที่อื่นเถอะ!!” ผมตะคอกใส่โทรศัพท์ทันทีที่ได้ยินจำนวนตัวเลข
“โหย ใจเย็นดิ ยี่สิบเจ็ดหารเก้าเว้ย แกอย่าโวยวายดิ ฉันยิ่งกลัวๆแกอยู่นะเว้ย ก๊ากๆ”
“ไอ้นี่ กวนส้นมากไปแล้วนะ! มาห้องฉันแล้วยังจะกวนอีก แล้วจะมากี่โมง ฉันจะได้เตรียมตัวถูก”
“เตรียมตัวอะไรของแก เตรียมถุงยางน่ะเหรอ หรือเตรียมหนังโป๊ไว้ดู? ขอบอกไว้เลยนะ ถ้าแกจะดูก็ดูไปก่อนเลย เพราะคืนนี้ดื่มกันยาวววว แล้วอีกอย่างพวกฉันมาดื่ม ไม่ใช่มามั่วเซ็กซ์ ไอ้หื่นเอ้ย!!”
“โว้ยยยยยยย!! ไอ้เห…”
…ตื๊ด…ตื๊ด…ตื๊ด…
แบตโทรศัพท์ดันหมดเสียได้
ผมหัวเสียกับไอ้เพื่อนกวนส้นเป็นอย่างมาก ตอนนี้ภายในห้องดูเรียบร้อยแล้ว เม็ดเหงื่อก็เกาะเต็มตัวไปหมด ถึงเวลาที่ต้องจัดการกับตัวเองบ้างแล้ว ผมเสียบที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์กับตัวเครื่อง แล้วย่ำเท้าเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำก่อนที่ไอ้เพื่อนปากดีของผมจะมา
…ก๊อก ก๊อก…
“เฮ้! ยุนโฮ ฉันมาแล้ว เปิดประตูเร็ว”
“เออ” ผมขานรับ พลางใช้มือควานหาผ้าขนหนูมาเช็ดผมที่เพิ่งสระ
ปังๆๆๆๆๆๆ
“เปิดเร็วๆสิเว้ย! จุนซู แจจุง ช่วยกันทุบประตูกันเร็ว เชื่อฉันสิ! ยุนโฮมันไม่ได้ยินหรอก มันกำลังดูหนังโป๊อยู่ในห้องแน่ๆเลย!”
“ยุนโฮ เปิดประตูเร็วๆสิ อย่าเพิ่งดู พวกฉันจะมาดื่มนะ ไม่ได้มาดูหนังโป๊!” เสียงแหบแหลมดังขึ้นตามเสียงยูชอน
“พวกนายเกรงใจคนอื่นบ้างสิ” เสียงหวานนี่เสียงใครกัน? ทำไมผมไม่คุ้นเลย
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“เฮ้ยๆ! ไอ้ห่า พล่ามบ้าอะไร!! อยากตายรึไงว…” เสียงผมชะงักทันทีที่คนเบื้องหน้าไม่ใช่เพื่อนที่คุ้นเคย
สายตาผมจ้องค้างอยู่กับคนสวยเบื้องหน้า ใบหน้าขาวเนียนแก้มแดงระเรื่อ ผมยาวประมาณต้นคอสีนิลดำสนิทเป็นเงาสลวย ริมฝีปากสีชมพูแดง ดวงตาโตสวยจับจ้องมาที่ใบหน้าผม อา…น่ารักจัง (ถึงจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็เถอะ)
“ข…ขอโทษนะ ชอง ยุนโฮ ฉันพยายามบอกให้พวกเขาเงียบแล้ว” คนสวยเบื้องหน้าโค้งตัวขอโทษ ส่งสายตาหวานหว่านล้อมไปข้างหลัง
ร่างสูงได้แต่เกาผ้าขนหนูที่เช็ดหัวอยู่ อย่างเขินอาย ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดเพื่อแก้เขิน
“เอ้ย! ช…ช่างมัน ไม่เป็นไรหรอก ไอ้ยูชอนมันก็สันดารแบบนั้นแหละ ว่าแต่…นายเป็นเพื่อนจุนซูเหรอ? ฉันไม่เคยเห็…”
“จะคุยกันอีกนานไหมเนี่ย ฉันถือของจนเมื่อยมือแล้วนะ!” เสียงยูชอนกับจุนซุที่ยืนอยู่ข้างหลังร้องประท้วงอยากเข้าห้อง สายตาทั้งคู่หรี่เล็กจ้องมองมาที่เจ้าของห้อง
“เออ… เข้ามาก่อน”
หลังจากที่พวกเราเข้ามา ก็จัดแจงแช่เบียร์ หาแก้วนั่งดื่มบนโซฟาหน้าห้อง แล้วก็นั่งเปิดโทรทัศน์ดู ไอ้ยูชอนมันก็ยังไม่เลิกแซวผมอยู่ดี จากนั้นพวกเราก็คุยกันไปเรื่อยๆ และยูชอนก็แนะนำเพื่อนใหม่ให้ผมรู้จัก เขาคือ คิม แจจุง
“เอ่อ แจจุง, เมื่อกี้ฉันขอโทษที่ตะคอกใส่นาย ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ไม่นึกว่ายูชอนมันจะใช้ให้นายมายืนหน้าประตูแทนมัน” ผมนั่งลงข้างๆแจจุง พลางยกแก้วที่รินเบียร์ไว้เข้าปาก
“ช่างมันเถอะ แหะๆ” เขายิ้มบางให้ผม
“โอโห พวกนายดูสิ วันนี้มีแข่งฟุตบอลด้วยหละ ดูสิ! นำแล้ว” จุนซูร้องตื่นเต้นเมื่อเปลี่ยนช่องโทรทัศน์เจอการแข่งขันฟุตบอล “ทีมนี้น่ะ สุดยอดเลย เห็นไหม? นำตั้ง 2-0แล้ว”
พวกเราเลิกคุยกันแล้วหันมาเชียร์บอล เสียงเฮดังขึ้นเป็นพักๆ สลับกันเสียงโห่ที่เสียดายจากการเตะลูกพลาดประตู หรือมีนักฟุตบอลบางคนโดนใบเหลือง ใบแดง
“เอ่อ...ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ… ว่าแต่ ห้องน้ำอยู่ทางไหน” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังนั่งดูบอล นัดสำคัญ(ของจุนซู)
“แจจุง ฉันว่าอย่าไปเข้าเลย ห้องน้ำห้องหมอเนี่ย น่ากลัวนะ ระวังเจอถุงยางกับหนังโป๊ที่มันซ่อนล่ะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ฮ่าๆๆ” ไอ้ปากเปราะเพื่อนผมมันกัดเข้าอีกแล้ว
“เฮ้ย! ฉันไม่มีหรอก ไอ้ของพรรค์นั้น นายอย่าไปบอกคนอื่นให้เขาบอกฉันในแง่ลบสิ! เอ้อ,แจจุง ตามฉันมาสิ” เสียงห้าวรีบแก้ตัวทันที ก่อนที่แจจุงจะหน้าแดงไปมากกว่านี้
“อ…อื้ม” แจจุงลุกขึ้นพยักหน้ารับ
ผมเอื้อมมือเปิดประตูบานเลื่อนออก เมื่อให้แจจุงเดินออกไปสูดอากาศข้างนอก ผมรู้ว่าอากาศข้างในมันค่อนข้างอับชื้น เพราะผมไม่ค่อยได้ระบายอากาศในห้องมากเท่าไร
“ระวังนะ, แจจุง ไอ้ยุนน่ะมันร้ายจะตาย”
ผัวะ!
“โอ๊ยยย!”
ดิกชันนารีเล่มหนากว่าสองนิ้วที่วางอยู่บนขอบเก้าอี้ตรงทางด้านระเบียงถูกปาไปที่ด้านหลังยูชอน จุนซูหัวเราะสมน้ำหน้าและเห็นด้วยกับการกระทำของผม
“อิย่ะฮะฮะฮะฮ่า!! สมน้ำหน้า อยากปากมากดีนัก”
“อะไร จุนซู เดี๋ยวนี้นายเข้าข้างยุนโฮงั้นเหรอ!! นายโดนแน่!!” ยูชอนวางท่าเตรียมตะครุบจุนซู
“อ๊า!! อย่านะ” มือเล็กก็เตรียมตะกุยเข้าไปที่ยูชอน
ผมก้าวออกจากประตูบานเลื่อนออกโดยไม่มีท่าทีว่าจะหันไปสนใจกับสองคนนั้น ไฟที่เป็นสีส้มนวลชี้ให้เห็นห้องน้ำที่ยื่นออกมาทางระเบียงติดกับตัวห้อง
“เนี่ยแหละ ห้องน้ำห้องฉัน มันจะติดกับระเบียง ดูเหมือนแคบแต่เข้าไปมันจะกินเนื้อที่ให้ตัวห้องฉันน่ะ แล้วก็มีอีกที่หนึ่ง แต่อยู่ในห้องนอนฉัน ฉันไม่อยากให้เข้าไปน่ะ มันรก”
“อ้อ…อืม ขอบคุณนะ” มือหนาเอื้อมมือเปิดไฟในห้องน้ำ
“งั้นฉันเข้าไปรอข้างในนะ”
“อ๊ะ! เดี๋ยวสิ” มือบางคว้าข้อมือผม ทันทีที่ผมจะก้าวกลับเข้าห้อง
“หืม?” ผมกลับหลังหันเข้าหาคนสวย
“เอ่อ… ไม่มีอะไรหรอก”
“อืมๆ งั้นฉันไปรอในห้องนะ ไม่ต้องกลัวว่าในห้องน้ำจะมีอะไรอย่างที่ไอ้ยูชอนมันบอกหรอก”
แจจุงพยักหน้ารับ
“มาเร็วๆสิ ฉันเมื่อยแล้วนะ” จุนซุร้องเรียกให้ยูชอนเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
“ฉันก็รีบอยู่นี่ไง” ยูชอนวางถุงใส่ของที่ซื้อมาบนพื้น
…ก๊อก ก๊อก…
“เฮ้! ยุนโฮ ฉันมาแล้ว เปิดประตูเร็ว” ยูชอนร้องบอกยุนโฮถึงการมาถึงของพวกเรา
“เออ” เสียงตอบรับดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของประตู
ยูชอนกับจุนซูหันมามองหน้ากันสักพักเหมือนสื่อสารในความหมายที่ทั้งคู่เข้าใจ
ปังๆๆๆๆๆๆ
ทั้งสองช่วยกันทุบรัวที่ประตู
“เปิดเร็วๆสิเว้ย! จุนซู แจจุง ช่วยกันทุบประตูกันเร็ว เชื่อฉันสิ! ยุนโฮมันไม่ได้ยินหรอก มันกำลังดูหนังโป๊อยู่ในห้องแน่ๆเลย!” ยูชอนตะโกนเสียงดัง
“ยุนโฮ เปิดประตูเร็วๆสิ อย่าเพิ่งดู พวกฉันจะมาดื่มนะ ไม่ได้มาดูหนังโป๊!” จุนซูก็ยังสำทับกับเขาด้วย
“พวกนายเกรงใจคนอื่นบ้างสิ” ผมเริ่มเตือนพวกเขาหลังจากที่เริ่มมีคนเปิดประตูออกมาดูเหตุการณ์ โดยที่ยูชอนกับจุนซุยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำพฤติกรรมบ้าๆ “ออกไปเดี๋ยวฉันจัดการเอง” ผมกระซิบบอกพวกเขา
ร่างบางอยู่เบื้องหน้าประตูไม้สีขาว ขณะที่ผมกำลังเอื้อมมือเคาะประตู…
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยูชอนกับจุนซุก็ยังไม่วายที่จะเลิกอาลาวาดทะเลาะกับประตูไม้หน้าห้องยุนโฮ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะทั้งสองคนดังออกมาอย่างสะใจ
“ต้องเคาะอย่างนี้,แจจุง ยุนโฮมันถึงจะเปิดประตู” ยูชอนบอกผ่านด้านหลัง
“เฮ้ยๆ! ไอ้ห่า พล่ามบ้าอะไร!! อยากตายรึไงว…” เสียงดุดันดังขึ้นทันทีที่ประตูถูกเปิดออก
ความรู้สึกที่ตกใจมากกว่าประหลาดใจถูกส่งผ่านขึ้นมาในตัวผม ยุนโฮที่เช็ดผมกับผ้าขนหนูเดินออกมา ต้องผงะมองผมด้วยสายตาที่ตกใจไม่แพ้กัน
“ข…ขอโทษนะ ชอง ยุนโฮ ฉันพยายามบอกให้พวกเขาเงียบแล้ว” ผมโค้งตัวขอโทษอย่างเป็นมารยาท
“เอ้ย! ช…ช่างมัน ไม่เป็นไรหรอก ไอ้ยูชอนมันก็สันดารแบบนั้นแหละ ว่าแต่…นายเป็นเพื่อนจุนซูเหรอ? ฉันไม่เคยเห็…”
“จะคุยกันอีกนานไหมเนี่ย ฉันถือของจนเมื่อยมือแล้วนะ!” เกือบลืมไปว่า สองคนนี้ก็มากับผมด้วย
“เออ… เข้ามาก่อน” ยุนโฮกล่าวด้วยเสียงกร้าวอย่างอารมณ์เสีย
พวกเราก้าวขาเข้าห้องยุนโฮ ดูกว้างขวางกว่าที่คิดไว้ ดูเหมือนจะมีห้องนอนไว้ห้องนึง ส่วนข้างนอกก็มีตู้เย็นขนาดกลางอยู่ในห้อง อาจจะเรียกว่าเป็นห้องครัวก็ได้เพราะว่ามันมีทั้งอ่างล้างจ้านและกระติกน้ำร้อน อุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการทำอาหารเล็กๆน้อยๆ ส่วนข้างๆก็เป็นห้องรับแขกที่มีโซฟาตัวใหญ่สองตัวกับโต๊ะกระจกตัวเล็ก ข้างหน้าโต๊ะก็เป็นโทรทัศน์จอใหญ่ ระเบียงด้านนอกก็ดูกว้างแถมยังประดับด้วยต้นไม้เล็กๆ มีไฟสีส้มนวลๆเปิดไว้ ดูไฮโซชะมัดเลย มันน่าจะเป็นพวกคอนโดมากกว่าหอนักศึกษานะเนี่ย
พวกเราคุยกัน ยูชอนแนะนำให้ผมรู้จักกับยุนโฮ เขาบอกว่าไม่เคยเห็นผมในชั้นเรียนมาก่อน ก็ไม่น่าแปลกหรอกที่เขาจะเห็น เพราะเขาสนใจแต่หนังสือมากกว่าสนใจคนอื่น ขนาดเพื่อนเขาแท้ๆ ยุนโฮเองยังกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอยากเอาตัวเข้าไปนั่งใกล้เลย ก็แหงแหละ ยูชอนกับจุนซูคุยเป็นตุเป็นตะเลย ดูแล้วมันก็น่ารำคาญอยู่เหมือนกัน
ผมไม่แน่ใจกว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว ความรู้สึกมึนๆที่หัวมันเริ่มตีเข้ามา อยากจะออกไปสูดอากาศข้างนอก ในขณะที่คนอื่นๆดูฟุตบอลอย่างเมามันส์
“เอ่อ...ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ… ว่าแต่ ห้องน้ำอยู่ทางไหน” ตอนนี้เริ่มอยากเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าสักหน่อยแล้ว อากาศในห้องมันร้อนๆหนาวๆพิกล
“แจจุง ฉันว่าอย่าไปเข้าเลย ห้องน้ำห้องหมอเนี่ย น่ากลัวนะ ระวังเจอถุงยางกับหนังโป๊ที่มันซ่อนล่ะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ฮ่าๆๆ” หน้าสวยหันไปหายูชอนอย่างออโต้ ถุงยาง? หนังโป๊? ยุนโฮจะเอาของพวกนี้ไปไว้ในห้องน้ำทำไม? เขาไม่มีแฟนแล้วจะมีถุงยางไว้ทำไม? แล้วเขาจะเอาหนังโป๊ไปไว้ในห้องน้ำทำไมด้วย เพราะในห้องน้ำมันไม่มีโทรทัศน์กับเครื่องเล่น? โอย ยิ่งคิดยิ่งมึน… คำถามพวกนี้ทิ้งๆมันไปบ้างก็คงจะดี สำหรับตอนนี้…
“เฮ้ย! ฉันไม่มีหรอก ไอ้ของพรรค์นั้น นายอย่าไปบอกคนอื่นให้เขาบอกฉันในแง่ลบสิ! เอ้อ,แจจุง ตามฉันมาสิ” ยุนโฮหันไปโวยวายกับยูชอนก่อนที่จะตอบผม
“อ…อื้ม” ผมพยักหน้ายิ้มหวานตอบ
ยุนโฮเปิดบานเลื่อนปล่อยให้ผมเดินออกไปสูดอากาศ ก่อนที่จะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายไม่เป็นภาษาจากยูชอนและจุนซู
“เนี่ยแหละ ห้องน้ำห้องฉัน มันจะติดกับระเบียง ดูเหมือนแคบแต่เข้าไปมันจะกินเนื้อที่ให้ตัวห้องฉันน่ะ แล้วก็มีอีกที่หนึ่ง แต่อยู่ในห้องนอนฉัน ฉันไม่อยากให้เข้าไปน่ะ มันรก” ยุนโฮเดินก้าวออกมาจากในห้องพร้อมชี้ไปที่ประตูห้องห้องหนึ่งที่เดินไปอีกสอง สามก้าว
“อ้อ…อืม ขอบคุณนะ”
“งั้นฉันเข้าไปรอข้างในนะ”
“อ๊ะ! เดี๋ยวสิ” ผมรีบคว้ามือเขา
“หืม?” เขาหันมาถามผม
ผมตัดสินใจว่าจะพูดดีหรือไม่ อีกอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัวของยุนโฮ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่สามารถควบคุมสติได้มากเท่าไหร่
…และแล้ว ก็ตัดสินใจได้…
“เอ่อ… ไม่มีอะไรหรอก”
“อืมๆ งั้นฉันไปรอในห้องนะ ไม่ต้องกลัวว่าในห้องน้ำจะมีอะไรอย่างที่ไอ้ยูชอนมันบอกหรอก”
ผมพยักหน้ารับ เข้าไปในห้องน้ำจัดการหน้าตาหน้าล้างให้สดชื่น ก่อนที่จะรีบกลับมาดูฟุตบอลต่อ การล้างหน้าช่วยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น
“ดื่มอีกสิ, แจจุง” ยูชอนรินเบียร์ใส่แก้ว
“พอแล้วน่า…ฉันไม่ไหวแล้ววว…” เสียงตอบอย่างอ้อแอ้พลางเอามือโบกไปมา
“ดื่มเข้าปายยย…” จุนซูยังยัดเยียดแก้วที่มีเบียร์ให้อย่างต่อเนื่อง “ดื่มเยอะๆน้า ไอ้คุณเพื่อนแจ๊… แอ๊…”
“ดื่มเลย! ดื่มเลย! ดื่มเลย! ดื่มเลย!” เสียงยูชอนกับจุนซูที่ส่งเสียงเชียร์ ทำให้ผมต้องฝืนดื่มไปอีกแก้ว
“ฮ่า… ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวๆ” ผมหยีตาลง พ่นลมออกจากปาก บ่งบอกถึงอาการของตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว
“กลับก่อนเว้ย, ยุนโฮ” ร่างสูงอุ้มร่างอวบของจุนซูไว้แนบกับตัว ก่อนจะหันมาบอกลา
“ฉันยังไหวน่า… ยูชยอนี่…อิ๊อิ๊ยะฮะฮะฮ้าฮ่าา…” จุนซูโอบคอยูชอนลงต่ำ
“นายน่ะ ไม่ไหวแล้ว จุนซู เมาแอ๋เลย,แฟนฉัน สภาพดูไม่ได้เลยแฮะ” ร่างโปร่งส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ยิ้มให้กับคนตัวเล็ก “ไป, ไป, กลับห้องกัน จุนจังงง”
“ปาย, ป๊ายยยย, กลับห้อง!” ร่างบางชูมือขึ้น เสียงแหบแหลมร้องดังอย่างไม่เกรงใจคนที่พักอาศัยร่วมหอ
…ผมยืนส่งเพื่อนจนทั้งคู่ลงประตูลิฟต์…
ขายาวก้าวเข้าห้อง ปิดประตูไม้หนา ล็อคกลอนประตูกับกุญแจ มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆ
“อือ…อือ…”
ตาผมเบิกโลงขึ้นอย่างตกใจทันทีที่เห็นร่างบางนอนฟุบอย่างหมดสภาพไปกับพื้นห้อง
“อือ…อืม…อ…”
“แจจุง!” เสียงทุ้มตะโกนลั่นห้อง ไอ้ยูชอนเอาเพื่อนมาทำไมไม่เอากลับไปให้หมด! เป็นภาระฉันอีก “นายเมาแล้ว ลุกขึ้นสิ” ผมรีบวิ่งเข้าไปประคองคนตัวเล็กที่ลงไปนอนกองกับพื้นพรมห้อง
“เฮ้? แจจุง ตื่นสิ, แจจุง” กลิ่นหายใจหอบเตะเข้าที่จมูกคม เป็นกลิ่นแอลกอฮอลปะปนกับกลิ่นหอมจากตัวแจจุง
“อื้ม… ยุนโฮววว” คนสวยที่นอนจากภายใต้การประคองส่งสายตายิ้มหวานยั่วยวน มือบางยื่นขึ้นมาลูบไล้ใบหน้า “นายหล่อจัง…”
“บ…บ้ารึไงแจจุง! อยู่ดีดีก็มาชมฉัน นายนี่เมาจนเสียสติไปแล้วแน่ๆ!” สีแดงระเรื่อที่แก้มยิ่งออกสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ
“ยุนโฮ… นายมีถุงยางจริงๆเหรอ… นายเคยใช้มันเหรอ?” มือบางยังลูบไล้สัมผัสใบหน้าคมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หน้าผาก คิ้ว ดวงตา จมูก และมาหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่ม
“นายเชื่อที่ยูชอนมันพูดรึไง?”
ถึงกระนั้นมือบางยังไม่หยุดที่จะจับต้องลูบไล้ จากปากสู่กราม อ้อมไปหยุดที่ท้ายทอย ก่อนที่จะรั้งน้ำหนักให้ริมฝีปากของเราสัมผัสกัน ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลรึเปล่าที่ทำให้ผมรุกร้ำสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าโพรงปากของคนสวยที่นอนอยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่ง กลีบปากบางอ้าออกโดยไม่ขัดขืนยิ่งทำให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้าสำรวจได้ง่ายขึ้น ปลายลิ้นผมสำรวจตรวจทุกซอกทุกมุมเลียไล้ตามฟันลื่นก่อนที่จะเก็บเกี่ยวความหวานจากคนสวยต่อ
“อือ…อ…อืม…อ…”
เสียงครางหวานละส่ำละส่ายดังขึ้นเบาลงสลับกัน ทำให้ผมเริ่มมีอารมณ์ที่อยากจะมีอะไรกับแจจุงบ้างแล้วเหมือนกัน
ริมฝีปากถูกผละออกจากกัน ร่างบางหอบหายใจขาดอากาศ ในขณะที่มือยังรั้งจับปกคอเสื้อยืด สติสตางค์ตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ผมเริ่มขยับตัวเปลี่ยนมาคร่อมแจจุงแทน เขาเองก็ยอมโดยง่ายดายแถมยังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางออกอย่างรวดเร็ว มือหนาสอดประสานกับมือบาง ก่อนที่ผมจะกดริมฝีปากลงที่ซอกคอขาวดุจสำลี
“อือ…อ..อ๊ะ…อื้อ…” เสียงเอื้อนกระเส่าครางตอบรับ
กลิ่นกายแจจุงหอมหวานน่าหลงไหลเหมือนเด็กเล็ก ผิวเนียนๆยิ่งทำให้ผมหลงไหลหน้ามืดตามัวจนระงับยุติอารมณ์ไว้ไม่ไหวแล้ว ปากหนาดูดดื่มกับผิวเนียนขาวอย่างต่อเนื่อง และต้องหยุดเพื่อขบเม้มกัดเข้าที่ยอดอกสีชมพู
“อ..อะ…อื๊อ…อื…ม…อึก…ฮ…” ร่างบางบิดกายแอ่นขึ้นอย่างเสียวซ่าน พร้อมครางรับรุกเร้าอารมณ์ผมได้เป็นอย่างดี มือเล็กยกสูงจิกขย้ำที่ผมกระเซิงอย่างมันส์อารมณ์
“เป็นยังไงบ้าง, แจจุง” ผมเอ่ยถาม ด้วยความไม่มีประสบการณ์ของตัวเอง ผมอาจจะทำให้แจจุงหมดอารมณ์ก็ได้
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ส่งอีเมลล์มาขอได้ที่ HeroJejung@hotmail.co.jp
ตามด้วยชื่อเรื่องช็อตฟิค